ข้อควรรู้เกี่ยวกับมาตรฐานโรงงานที่ดี

//ข้อควรรู้เกี่ยวกับมาตรฐานโรงงานที่ดี
ข้อควรรู้เกี่ยวกับมาตรฐานโรงงานที่ดี

ข้อควรรู้เกี่ยวกับมาตรฐานโรงงานที่ดี

ขึ้นชื่อว่าโรงงาน เราไม่สามารถตรวจสอบคุณภาพของโรงงานได้ แค่เพียงจากสายตาที่มองเห็น ดังนั้นหากจะรู้ว่าโรงงานแต่ละแห่งมีคุณภาพจริงหรือไม่ จึงจำเป็นต้องมีมาตรฐานโรงงานที่จะเป็นตัวกำหนดคุณภาพเพื่อให้เกิดบรรทัดฐานตามเกณฑ์ที่ทุกโรงงานพึงปฏิบัติตามอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งเราอาจจะสงสัยกันว่า แล้วมาตรฐานโรงงานที่ดีเป็นอย่างไร เราจะพาไปเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้กันค่ะ

มาตรฐานโรงงานคืออะไร

ถ้าพูดถึงมาตรฐานโรงงาน สิ่งแรกที่นึกถึงกันก็ต้อง “ISO” นี่ล่ะค่ะ ซึ่ง ISO ย่อมาจาก International Standardization and Organization เป็นองค์การมาตรฐานสากลหรือองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐาน ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1946 หรือพ.ศ. 2489 มีสำนักงานอยู่ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีวัตถุประสงค์คล้าย ๆ กับองค์การการค้าอื่นๆของโลก คือจัดระเบียบการค้าโลกด้วยการสร้างมาตรฐานขึ้นมา หากใครที่มีมาตรฐานตามเกณฑ์ก็จะได้รับ ISO ที่ว่านี้ไป

ISO 9000 มาจากไหน

ช่วงที่ ISO ก่อตั้งขึ้น เป็นช่วงสงครามโลกก็เพิ่งจะจบลงใหม่ๆดังนั้นประเทศต่าง ๆ ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากนัก ต่างคนต่างขายของโดยมีระบบมาตรฐานไม่เหมือนกันจนกระทั่งในปี 2521 เยอรมนีเป็นตัวตั้งตัวตีให้ทั่วโลกมีมาตรฐานคุณภาพสินค้าเดียวกันส่วนองค์กรมาตรฐานโลกก็จัดตั้งระบบ ISO/TC176 ขึ้นต่อมาอีก1ปีอังกฤษพัฒนาระบบคุณภาพที่เรียกว่า BS5750 ใช้ในเชิงพาณิชย์ได้สำเร็จ จากนั้นในปี 2530 ISO จึงจัดวางระบบการบริหารเพื่อการประกันคุณภาพที่สามารถตรวจสอบได้ผ่านระบบเอกสาร เราจึงเรียกว่า ISO 9000

หากเราจะมาไขรหัส ตัวเลข 9000 จริง ๆ แล้ว เป็นชื่ออนุกรมหนึ่งที่แตกแยกย่อยความเข้มของมาตรฐานงานออกเป็นอีก 3 ระดับ คือ ISO 9001 , ISO 9001 และ ISO 9003 นอกจากนี้ยังมีอีกอนุกรมหนึ่งคือ ISO 14000 เป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อมและระบบคุณภาพ 9000 เป็นแนวทางในการเลือกและกรอบในการเลือกใช้มาตรฐานชุดนี้ให้เหมาะสม

ประเภทของระบบมาตรฐาน ISO

อย่างที่เราทราบกันดีหรืออาจจะคุ้นเคยผ่านตากันมาบ้าง ว่ามาตรฐานโรงงานอย่าง ISO นั้นมีตัวเลขมากมายหลากหลาย แล้วแต่ละอย่างนั้นแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งรายละเอียดมีดังนี้

  1. ISO 9001 จัดว่าเป็นมาตรฐานโรงงานระดับที่เข้มมากที่สุดคือหน่วยงานที่จะได้รับอนุมัติว่ามีระบบ

คุณภาพมาตรฐานสากลในระดับนี้จะต้องมีรูปแบบลักษณะการทำงานในองค์กรตามมาตรฐานที่กำหนดไว้
20 ข้อ โดยมีการกำกับดูแลตั้งแต่การออกแบบ การพัฒนา การผลิตและการบริการยกตัวอย่างชื่อหัวข้อที่พอจะเข้าใจ เช่น กลวิธีทางสถิติการตรวจสอบการย้อนกลับของผลิตภัณฑ์ การจัดเก็บการเคลื่อนย้าย เป็นต้น

  • ISO 9002 ก็จะเหลือเพียง 19 ข้อ ดูแลเฉพาะระบบการผลิต การติดตั้งและการบริการ (ตัดกลวิธีทาง

สถิติออกไป)

  • ISO 9003 เหลือแค่ 16 ข้อดูแลเฉพาะการตรวจสอบขั้นสุดท้าย
  • ISO 9004 เป็นแนวทางในการบริหารระบบคุณภาพเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับระบบการจัดการคุณภาพด้าน ISO 9001 จะเป็นอีกหนึ่งมาตรฐานสากลเช่นกัน ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่ความมั่นใจให้เชื่อมั่นได้ว่าทางผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการทั้งหลายทำการจัดตั้งระบบการจัดการต่างๆ ที่ได้มาตรฐานเป็นไปตามแนวทางเดียวกัน โดยเป้าหมายก็เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การออกแบบ การพัฒนา และการบริการ ซึ่งเชื่อมโยงกับทุกประเภทการผลิตในทุกอุตสาหกรรมเลยก็ว่าได้ ทางบริษัทที่มีจุดประสงค์ที่ชัดเจน ตระหนักถึงเป้าหมายเพื่อให้เกิดผลอันมีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด มั่นใจกับหลักฐานของตัวเองแล้วล่ะก็ จะสามารถเตรียมตัวประสบความสำเร็จในมาตรฐานสากลดังกล่าวได้

สำหรับในใบรับรองของมาตรฐาน ISO 9001 จะเป็นหลักฐานที่ช่วยแสดงให้เราเห็นได้ถึงการจัดการระบบที่มีคุณภาพ สามารถนำเอาไปใช้กับองค์กรต่างๆ ให้สามารถผลิตชิ้นงานไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรือบริการออกมาได้อย่างมีคุณภาพ ใบรับรองมาตรฐานดังกล่าว ยังสามารถนำมาใช้เป็น countermeasure เพื่อช่วยแก้ปัญหา product liability ที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน

ดังนั้นมาตรฐานโรงงานที่ดีจึงมีองค์ประกอบมากมายหลายอย่างตามที่ได้ยกข้อมูลมาในบทความนี้ ซึ่งจะมีหลาย ISO ที่ถูกตั้งขึ้นตามระบบหมายเลขสากลที่ถูกคิดขึ้น ซึ่งมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด กับทั้งองค์กรและลูกค้าได้รับความพึงพอใจอย่างสูงสุด

บริษัท สตีล เฟรม บิลดิ้ง จำกัด

รับสร้างโกดังโรงงาน อาคารเหล็กสำเร็จรูป เราคือผู้เชี่ยวชาญโครงสร้างเหล็กระบบ PEB ( Pre -Engineered Building) ให้บริการในรูปแบบงาน Turnkey บริการครบวงจรตั้งแต่ ออกแบบ ยื่นขออนุญาตก่อสร้าง ตั้งแต่งานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรมรวมถึงงานระบบ ควบคุมงานก่อสร้างตั้งแต่งานฐานราก งานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม รวมถึงงานระบบMEP ครบจบที่เดียว

ระบบ PEB ออกแบบให้เพิ่มพื้นที่ใช้สอย และช่วยลดระยะเวลาก่อสร้างได้

นัดสำรวจพื้นที่ วางเลย์เอาท์ ทำแบบร่าง จัดทำงบประมาณ ขอข้อมูลเพิ่ม ติดต่อบริษัท สตีล เฟรม บิลดิ้ง จำกัด

โทร. 098-267-6334

เวปไซต์ www.steelframebuilt.com

อีเมลล์ sale@steelframebuilt.com