สร้างโรงงานผลิตอาหาร
บริษัทสร้างโรงงานผลิตอาหาร ยกระดับมาตรฐานโรงงานผลิตอาหาร เพื่อให้ได้มาตรฐานของอุตสาหกรรมอาหาร มาตรฐาน GMP และ มาตรฐาน HACCP
บริษัทสร้างโรงงานผลิตอาหาร ยกระดับมาตรฐานโรงงานผลิตอาหาร เพื่อให้ได้มาตรฐานของอุตสาหกรรมอาหาร มาตรฐาน GMP และ มาตรฐาน HACCP
การทำธุรกิจด้านอาหาร เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีการส่งออกสินค้าต่างประเทศ ก็ถึงคราวจำเป็นที่ต้องยกระดับมาตรฐานโรงงานผลิตอาหาร เพื่อให้ได้มาตรฐานของอุตสาหกรรมอาหารที่จำเป็น
การสร้างโรงงานผลิตอาหาร ที่ได้มาตรฐานจึงต้องเลือกผู้รับเหมาเบ็ดเสร็จ ที่มีประสบการณ์ รับสร้างโรงงานผลิตอาหาร สร้างโรงงานอุตสาหกรรม เชี่ยวชาญงานออกแบบก่อสร้างโรงงาน เชื่อมั่นในคุณภาพงาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการ
อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจสร้างโรงงานใหม่ ผู้ประกอบการควรศึกษามาตรฐานที่เป็นข้อกำหนดสำคัญสำหรับผู้ประกอบการโรงงานผลิตอาหารที่สำคัญ ได้แก่ มาตรฐาน GMP และ มาตรฐาน HACCP
มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice)
มาตรฐาน GMP คือระบบหนึ่งของโรงงานที่ควบคุมตั้งแต่ที่ตั้งของโรงงาน กระบวนการผลิตของโรงงาน ไปจนถึงบุคลากรภายในโรงงาน เพื่อให้การผลิตเป็นไปอย่างปลอดภัย ได้ผลผลิตที่ไม่เป็นอันตรายต่อ จัดทำขึ้นโดยหน่วยงานมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศหรือ CODEX จัดอยู่ในระบบมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วไป มีการกำหนดรายละเอียดและข้อบังคับไว้หลากหลายข้อด้วยกัน เช่น
เราเชี่ยวชาญการก่อสร้างโรงงานผลิตอาหาร ทั้งโรงงานผลิตอาหาร โรงงานผลิตอาหารสัตว์ โรงงานอาหารแปรรูป โรงงานGMP ซึ่งงานก่อสร้างกลุ่มนี้จะมีห้อง Clean room และ ห้องควบคุมความเย็นซึ่งต้องมีข้อกำหนดสเปควัสดุสำหรับใช้งานพื้นงานผนัง และ งานระบบปรับอากาศที่แตกต่างจากโรงงานทั่วไป เรามีทีมวิศวกรออกแบบและควบคุมงานก่อสร้างโรงงานผลิตอาหารได้ตามมาตรฐาน GMP, HACCP, อย. และ ฮาลาล
ก่อสร้างเร็วเนื่องจากใช้โครงสร้างเหล็กสำเร็จรูประบบ PEB จะผลิตโครงสร้างที่โรงงานคู่ขนานกับงานเสาเข็มฐานราก เมื่องานฐานรากแล้วเสร็จ งานโครงสร้างเหล็กก็ผลิตเสร็จพร้อมกัน จึงสามารถขนส่งไปประกอบหน้างานได้ทันทีด้วยระบบ Bolt connectionจึงช่วยลดเวลาก่อสร้างได้ 2-3 เดือนเทียบกับโครงสร้างแบบเก่า
การรักษาความสะอาดและระบบปรับระบายอากาศทำได้ดีกว่าระบบเก่า เนื่องจากโครงสร้าง PEB มีรูปแบบที่ทันสมัย ออกแบบให้เป็นแบบ Free Maintenance ไม่มีหยากไย่เกาะตามงานโครงสร้างเหมือนระบบเก่า ความหนาของคานน้อยกว่าระบบเก่ามาก จึงสามารถออกแบบระบบระบายอากาศได้ง่าย การระบายอากาศทำได้ดี ส่งผลต่อกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ
บริการออกแบบก่อสร้างครบวงจร บริษัท สตีลเฟรม บิลดิ้ง จำกัด เราให้บริการครบตั้งแต่สำรวจพื้นที่ วางแปลนเลย์เอ้าท์ ทำแบบร่างและงบประมาณ และบริการออกแบบยื่นขออนุญาตก่อสร้างกับหน่วยงานราชการให้ จึงสะดวกรวดเร็ว สามารถเริ่มก่อสร้างได้ไวใช้อาคารได้ตามกำหนด งานก่อสร้างครบวงจรทั้งงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานระบบไฟฟ้า สุขาภิบาล ครบวงจรจึงง่ายในการจัดการ
เรามีทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์สูง ทั้งสถาปนิกที่ออกแบบและจัดวางเลย์เอ้าท์ให้ตรงตามความต้องการของธุรกิจของคุณ รวมทั้งออกแบบให้งานสถาปัตยกรรมโดดเด่นบ่งบอกความเป็นตัวตนของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี
เป็นมาตรฐานโรงงาน ที่ออกมาเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภคเช่นกัน โดยจะให้ความสำคัญกับการป้องกันอันตรายจากการผลิตเป็นหลัก ค่อนข้างเจาะจงไปที่การปนเปื้อนในอาหาร มีการกำหนดค่าวิกฤตและควบคุมอย่างเคร่งครัด มีข้อกำหนดที่ค่อนข้างชัดเจนและเป็นระบบ มีการตรวจสอบที่เข้มงวด มีมาตรวัดที่ชัดเจน ทั้งยังใช้ผู้เชี่ยวชาญในการดูแลและตรวจสอบ โดยมาตรฐาน HACCP จะควบคุมกระบวนการผลิตดังนี้
1.วิเคราะห์อันตราย
2.หาจุดวิกฤต
3.กำหนดค่าวิกฤต
4.กำหนดระบบในการติดตามเพื่อควบคุมจุดวิกฤต
5.กำหนดวิธีการแก้ไข เมื่อจุดวิกฤตไม่อยู่ภายใต้การควบคุม
6.กำหนดวิธีการทวนสอบเพื่อให้เป็นไปตามระบบ HACCP
7.กำหนดวิธีการจัดเก็บเอกสารให้เป็นไปตามหลักการของ HACCP
ดังนั้น ในการออกแบบโรงงานผลิตอาหารเพื่อให้สอดคล้องตามมาตรฐานอาหารข้างต้น จะต้องอาศัยบริษัทรับเหมาออกแบบก่อสร้างที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ ในการออกแบบและก่อสร้างโรงงาน เพื่อให้สามารถวางแผนผังแบบแปลน ให้มีความเหมาะสมกับกระบวนการผลิตตามมาตรฐาน
นัดสำรวจพื้นที่ วางเลย์เอาท์ ทำแบบร่าง จัดทำงบประมาณ ขอข้อมูลเพิ่ม ติดต่อบริษัท สตีล เฟรม บิลดิ้ง จำกัด
บริษัท Steel Frame Building จำกัด รับออกแบบสำนักงาน รับออกแบบโกดัง รับออกแบบโรงงาน ออฟฟิศน็อคดาวน์ โกดังน็อคดาวน์ บริการแบบครบวงจรที่เดียวจบและทีมงานมืออาชีพพร้อมบริการท่าน เรายึดมั่นพันธะสัญญาในการส่งมอบคุณค่า คุณภาพของสินค้าและบริการของเราแก่ทุกท่าน
ทีมวิศวกรโครงการและสถาปนิกของเรา จะทำงานอย่างหนักร่วมกับลูกค้า เพื่อให้เข้าใจความต้องการของลูกค้าเพื่อสร้างสรรค์แบบร่างให้ตรงตามความต้องการเพราะแต่ละธุรกิจก็มีความต้องการใช้งานอาคารในรูปแบบที่แตกต่างกัน
จากการใช้ข้อมูลที่ได้รวบรวมมาและประชุมสรุปกับเจ้าของโครงการ จนพัฒนาแบบพิมพ์เขียวที่ได้รับการอนุมัติจากเจ้าของโครงกร และ นำแบบไปจัดทำ BOQ เพื่อนำเสนองบประมาณก่อสร้าง พร้อมทั้งนำเสนอแผนงานก่อสร้างเพื่อแสดงเวลาส่งมอบอาคาร เพื่อให้ลูกค้าได้ตัดใจ
เมื่อได้เซ็นต์สัญญาก่อสร้างทีมออกแบบ จัดเตรียมขออนุญาตก่อสร้าง และ จัดทำแบบผลิตงานโครงสร้างเพื่อให้โรงงานเริ่มการผลิต อีกทั้งฝ่ายโครงการเริ่มเตรียมสถานที่ เตรียมงานฐานราก เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อชิ้นส่วนโครงสร้างเหล็กผลิตแล้วเสร็จจากโรงงาน หน้างานได้เตรียมงานรากฐานแล้วเสร็จพร้อมติดตั้งทันทีได้ จึงมั่นใจได้ว่าเราสามารถส่งมอบอาคารได้ตามกำหนดเวลาแน่อน
โครงสร้างเหล็กที่ผลิตแล้วเสร็จจากโรงงานจะถูกจัดส่งโดยรถเทรลเลอร์ไปยังหน่วยงาน และทำการติดตั้งด้วยระบบ Bolt connection โดยไม่มีงานเชื่อมหน้างานทำให้สามารถติดตั้งงานโครงสร้างอาคารคลังสินค้าได้อย่างรวดเร็ว (ใช้เวลา 15-30 วัน สำหรับอาคารไม่เกิน 5,000 ตารางเมตร) ก่อสร้างคลังสินค้า สร้างโรงงานได้อย่างรวดเร็ว
คลังสินค้าแต่ละที่ต้องการรูปแบบสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกัน รวมทั้งงานระบบประกอบอาคาร เช่น ไฟฟ้า สุขาภิบาลก็แตกต่างกันแล้วแต่ประเภทธุรกิจของลูกค้า ทีมงานของสตีลเฟรมบิลดิ้ง เรามีทีมวิศวกรทุกระบบ ให้บริการได้ครบถ้วน ครบจบที่เดียว จึงสะดวกในการให้บริการ
นอกจากงานก่อสร้างตัวอาคารหลักแล้ว เราดูแลงานสาธารณูปโภครอบอาคาร ทั้ง งานถนน ทางเดิน งานท่อระบายน้ำ บ่อพัก งานรั้วและประตูโครงการ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ต้องมีเพื่อให้สามารถใช้งานอาคารได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งงานในส่วนนี้มักจะจบงานภายหลังงานตัวอาคาร เพื่อให้ถนนที่แล้วเสร็จไม่ให้มีผลกระทบจากเครื่องจักรหนักระหว่างก่อสร้าง
Steel Frame Built รับก่อสร้างสำนักงาน ออฟฟิศน็อคดาวน์ รับก่อสร้างโกดัง โกดังน็อคดาวน์ รับก่อสร้างโรงงาน ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าบริษัทชั้นนำระดับประเทศมากมาย ที่เลือกใช้บริการของ Steel Frame Building
ใช่ โรงงานผลิตอาหารที่จำหน่ายในประเทศและส่งออกต้องได้รับการรับรอง GMP (Good Manufacturing Practice) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข บริษัทออกแบบโรงงานผลิตอาหารให้รองรับมาตรฐาน GMP ตั้งแต่ขั้นตอน Layout พื้นที่ Clean Zone, Wet Zone, Dry Zone ระบบระบายอากาศ และพื้นผิวที่ง่ายต่อการทำความสะอาด
ขึ้นอยู่กับประเภทผลิตภัณฑ์ โรงงานผลิตอาหารเสริม ผลิตภัณฑ์เภสัชกรรม หรืออาหารสุขภาพระดับพรีเมียมมักต้องการห้อง Cleanroom ควบคุมอนุภาค แต่โรงงานผลิตอาหารทั่วไปอาจเพียงพอด้วยการออกแบบ Controlled Environment ที่ถูกหลัก GMP แนะนำให้ปรึกษาวิศวกรออกแบบตาม Scope ผลิตภัณฑ์จริง
เหล็กโครงสร้างที่ใช้ผ่านกระบวนการพ่นสี Anti-Rust ชั้นคุณภาพสูง และวัสดุหลังคา-ผนังแบบ Sandwich Panel มีคุณสมบัติป้องกันความชื้นและง่ายต่อการทำความสะอาด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับโรงงานอาหารที่ต้องล้างทำความสะอาดสม่ำเสมอ บริษัทเลือกวัสดุที่ผ่านการรับรองสำหรับพื้นที่อุตสาหกรรมอาหารโดยเฉพาะ
บริษัทรับงานก่อสร้างโรงงานผลิตอาหารตั้งแต่ขนาด 2,000 ตร.ม. ขึ้นไป โดยออกแบบ Layout ให้เหมาะสมกับกำลังการผลิตและงบประมาณของแต่ละโครงการ ทีมวิศวกรพร้อมให้คำปรึกษาเพื่อวางแผนการขยายในอนาคตได้ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ
ระบบปรับอากาศสำหรับโรงงานผลิตอาหารต้องพิจารณาตามโซนการใช้งาน เพราะแต่ละพื้นที่มีข้อกำหนดต่างกัน ระบบที่นิยมใช้มี 5 ประเภทหลัก ได้แก่
1. ระบบ AHU (Air Handling Unit) — เหมาะกับพื้นที่ผลิตขนาดใหญ่ ควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และกรองอากาศได้ในระบบเดียว เป็นมาตรฐานสำหรับโรงงานที่ต้องการ GMP/HACCP
2. ระบบ Chilled Water (Chiller + FCU/AHU) — เหมาะกับโรงงานขนาดกลาง-ใหญ่ที่ต้องการความเย็นสม่ำเสมอหลายโซน ประหยัดพลังงานในระยะยาว
3. ระบบ VRF/VRV — ยืดหยุ่นสูง เหมาะกับพื้นที่สำนักงาน ห้องควบคุม หรือโซนที่ไม่ต้องการ Clean Room
4. ระบบ Clean Room (Positive/Negative Pressure) — สำหรับโซนที่ต้องควบคุมการปนเปื้อนเข้มงวด เช่น ห้องบรรจุภัณฑ์ปลอดเชื้อ โดยใช้ HEPA Filter ร่วมด้วย
5. ระบบ Evaporative Cooling — ใช้ในโซนที่ไม่ได้ผลิตอาหารโดยตรง เช่น โกดังวัตถุดิบบางประเภท ต้นทุนต่ำ แต่ควบคุมความชื้นได้จำกัด
ปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง ได้แก่ มาตรฐาน GMP/HACCP/FDA ที่กำหนดค่า temperature, humidity, air change rate ความดันอากาศ (โซนสะอาดต้องเป็น Positive Pressure) และประเภทอาหารที่ผลิต
GMP คือมาตรฐานขั้นพื้นฐานด้านสุขลักษณะการผลิต ส่วน HACCP คือระบบวิเคราะห์อันตรายและจุดควบคุมวิกฤตในกระบวนการผลิต โรงงานผลิตอาหารที่ต้องการส่งออกหรือ Supply ให้ Modern Trade มักต้องมีทั้งสองมาตรฐาน บริษัทออกแบบ Layout และระบบที่รองรับทั้ง GMP และ HACCP ได้ตั้งแต่แรก
โรงงานอาหารแช่แข็งมีความแตกต่างจากโรงงานอาหารทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งด้านโครงสร้างอาคารและระบบ ดังนี้
ด้านโครงสร้างอาคาร: ใช้ Insulated Sandwich Panel ความหนา 100–200 มม. (PIR/PUR) แทนแผ่นมาตรฐาน พื้นต้องมีการกันความชื้น-ตรวจสอบความเสียหายจากการแข็งตัว มี Vapor Barrier ใต้พื้น ประตูใช้ Cold Room Door พร้อม Air Curtain และมี Vapor Barrier ทุกจุดเพื่อป้องกัน Condensation
ด้านระบบความเย็น: โซนเตรียมวัตถุดิบ −10 ถึง −15°C, โซนแปรรูป −4 ถึง −10°C, โซ IQF/Blast Freezer −30°C ถึง −40°C, ห้องเก็บสินค้า (Cold Storage) −18°C ถึง −25°C และ Staging/Loading Dock มี Buffer Zone กันความร้อยจากภายนอก
สรุปต้นทุน: โรงงานอาหารแช่แข็งมีต้นทุนก่อสร้างและระบบสูงกว่าโรงงานอาหารทั่วไป 30–60% เนื่องจากฉนวน + ระบบความเย็นที่ซับซ้อน + มาตรฐานวัสดุที่สูงขึ้น การวางแผนตั้งแต่ขั้นออกแบบจึงสำคัญมากเพื่อป้องกันค่าใช้จ่ายที่บานปลายในภายหลัง
การขอ อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) ต้องใช้ทั้งสถานที่ผลิตที่ได้มาตรฐาน GMP และกระบวนการผลิตที่ถูกต้อง หากออกแบบโรงงานตามมาตรฐานตั้งแต่ต้นจะช่วยให้ขอ อย. ผ่านได้ง่ายขึ้น บริษัทสามารถประสานงานและให้คำปรึกษาด้านการออกแบบเพื่อรองรับการขอ อย. ได้