Steel Frame Building — คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่ควรรู้
ก่อนตัดสินใจสร้างโรงงานหรืออาคาร — เราตอบทุกข้อสงสัยให้ครบ ตรง และตามความเป็นจริง
200+
โครงการที่สำเร็จแล้ว
50+
ปีของโครงสร้าง PEB
1
ทีมรับผิดชอบครบจบ
💰 ต้นทุน & งบประมาณ
งบประมาณขึ้นอยู่กับสเปก การใช้งาน และทำเลที่ตั้ง แต่พอประเมินเบื้องต้นได้ดังนี้:
แนะนำให้ติดต่อทีมงานเพื่อรับการประเมินที่แม่นยำตามความต้องการจริง ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด
📦 โกดังมาตรฐาน (ไม่รวมงานระบบพิเศษ)
• 1,000 ตร.ม. — ประมาณ 4–7 ล้านบาท
• 3,000 ตร.ม. — ประมาณ 10–18 ล้านบาท
• 5,000 ตร.ม. — ประมาณ 16–28 ล้านบาท
ตัวแปรที่ส่งผลต่อราคา ได้แก่ ความสูงอาคาร, ระบบสาธารณูปโภค, พื้นคอนกรีต, ระบบป้องกันไฟ และสเปกพิเศษตามอุตสาหกรรม เช่น อาหาร, ยา, โลจิสติกส์• 1,000 ตร.ม. — ประมาณ 4–7 ล้านบาท
• 3,000 ตร.ม. — ประมาณ 10–18 ล้านบาท
• 5,000 ตร.ม. — ประมาณ 16–28 ล้านบาท
แนะนำให้ติดต่อทีมงานเพื่อรับการประเมินที่แม่นยำตามความต้องการจริง ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด
ได้ครับ — เราสามารถประเมินราคาตัวอาคารโครงสร้างและงานก่อสร้างหลักได้ทันที โดยระบุงานถมดินและปรับพื้นที่แยกออกมาให้ชัดเจน
สิ่งที่ต้องทราบเพื่อประเมินเบื้องต้น:
สิ่งที่ต้องทราบเพื่อประเมินเบื้องต้น:
- พื้นที่ใช้งาน (กว้าง × ยาว × ความสูงโดยประมาณ)
- ประเภทการใช้งาน (โกดัง / โรงงาน / อื่นๆ)
- ที่ตั้งโครงการ (จังหวัด / เขตอุตสาหกรรม)
งานถมดินและฐานรากจะประเมินได้แม่นยำขึ้นหลังจากมีผลสำรวจดิน (Soil Test) — ซึ่งเราจัดการให้ได้เช่นกัน
📅 ระยะเวลา & กระบวนการ
ระยะเวลาก่อสร้างขึ้นอยู่กับขนาดและความซับซ้อนของโครงการ โดยทั่วไป:
ระยะเวลารวมตั้งแต่เริ่มออกแบบจนส่งมอบจะรวม: การออกแบบ + ยื่นขออนุญาต + ก่อสร้าง
🏗️ ตัวเลขอ้างอิงตามขนาด
• อาคารขนาดเล็ก (500–1,000 ตร.ม.) — 3–5 เดือน
• อาคารกลาง (1,000–3,000 ตร.ม.) — 5–8 เดือน
• อาคารใหญ่ (3,000 ตร.ม. ขึ้นไป) — 8–14 เดือน
ข้อได้เปรียบของ PEB คือ โครงสร้างเหล็กผลิตในโรงงานล่วงหน้า (Pre-Engineered) ทำให้ประกอบหน้างานได้เร็วกว่าก่อสร้างแบบ Conventional ถึง 30–50%• อาคารขนาดเล็ก (500–1,000 ตร.ม.) — 3–5 เดือน
• อาคารกลาง (1,000–3,000 ตร.ม.) — 5–8 เดือน
• อาคารใหญ่ (3,000 ตร.ม. ขึ้นไป) — 8–14 เดือน
ระยะเวลารวมตั้งแต่เริ่มออกแบบจนส่งมอบจะรวม: การออกแบบ + ยื่นขออนุญาต + ก่อสร้าง
Fast Track ที่ได้ผลจริง ต้องทำงานหลายขั้นตอนพร้อมกัน:
- ติดต่อทีมงานทันที เพื่อ Kick-off การออกแบบเบื้องต้นพร้อมกันกับการสำรวจพื้นที่
- เตรียมเอกสารที่ดิน — โฉนด, แผนผังบริเวณ, หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี) ให้พร้อมก่อนล่วงหน้า
- ตัดสินใจสเปกหลักให้ไว — ขนาด, ความสูง, ประเภทการใช้งาน เพื่อไม่ให้ Design Loop ยาว
- ให้เราดำเนินการยื่นอนุญาตคู่ขนาน ไม่รอรอบเดียว เดินหลายหน้าพร้อมกัน
โครงการที่ตัดสินใจเร็วและเอกสารพร้อม สามารถเริ่มก่อสร้างได้ภายใน 6–10 สัปดาห์หลังเซ็นสัญญา
การขออนุญาตโรงงานในประเทศไทยครอบคลุมหลายหน่วยงาน ได้แก่ ใบอนุญาตก่อสร้าง (อบต./เทศบาล), ใบอนุญาตโรงงาน (กรอ.), และ EIA ในบางกรณี
เอกสารหลักที่ต้องเตรียม:
เอกสารหลักที่ต้องเตรียม:
- โฉนดที่ดิน หรือสัญญาเช่าระยะยาว
- แบบก่อสร้างที่รับรองโดยวิศวกร วสท.
- หนังสือรับรองบริษัท (กรณีนิติบุคคล)
- แผนผังกระบวนการผลิต (สำหรับใบ รง.4)
ทีมงานของเราดูแลการยื่นขออนุญาตครบทุกหน่วยงานแทนคุณ — คุณไม่ต้องไปวิ่งงานเองแม้แต่ขั้นตอนเดียว
🔩 โครงสร้าง & เทคนิค
อาคาร PEB ที่ออกแบบและดูแลรักษาถูกต้องมีอายุการใช้งาน 50 ปีขึ้นไป ซึ่งเทียบเท่ากับอาคารคอนกรีตทั่วไป
ปัจจัยที่มีผลต่ออายุอาคาร:
ปัจจัยที่มีผลต่ออายุอาคาร:
- คุณภาพเหล็ก — เราใช้เหล็กมาตรฐาน Grade 50 ขึ้นไป
- ระบบป้องกันสนิม — พ่นสีกันสนิมหลายชั้น และ/หรือ Hot-Dip Galvanized
- การบำรุงรักษา — ตรวจสอบ Bolt และสีทาเหล็กทุก 5–7 ปี
โครงสร้าง PEB ที่ดูแลต่อเนื่องมีอายุการใช้งานมากกว่าที่เจ้าของหลายรายคาดไว้ — บางโครงการในต่างประเทศใช้งานมาแล้ว 60–70 ปี
ได้ — และนี่คือหนึ่งในข้อได้เปรียบหลักของระบบ PEB เมื่อเทียบกับโครงสร้างคอนกรีต
การขยายอาคาร PEB ทำได้ใน 3 รูปแบบ:
การขยายอาคาร PEB ทำได้ใน 3 รูปแบบ:
- ต่อเติมด้านข้าง (Side Extension) — เพิ่มช่วงเสาด้านข้างได้โดยไม่รื้อของเดิม
- ต่อเติมด้านหลัง (Lengthwise) — ยืดความยาวอาคารออกไป
- เพิ่มชั้นลอย (Mezzanine) — เพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในโครงสร้างเดิม
💡 แนะนำให้แจ้งแผนขยายในอนาคตตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ — เราจะออกแบบรอย Joint และฐานรากให้รองรับล่วงหน้า ช่วยประหยัดต้นทุนขยายได้มากในภายหลัง
🔑 Turnkey & บริการ
บริการ Turnkey ของเราครอบคลุมตั้งแต่ต้นจนจบ ในทีมเดียว ไม่มีการโยนงาน:
- ✅ ออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม (โดยวิศวกรที่มีใบอนุญาต)
- ✅ ยื่นขออนุญาตก่อสร้างและใบอนุญาตโรงงาน
- ✅ โครงสร้างเหล็ก PEB — ผลิต จัดส่ง ติดตั้ง
- ✅ งานพื้นคอนกรีต และฐานราก
- ✅ งานหลังคาและผนัง — แผ่นเมทัลชีท ฉนวนกันความร้อน
- ✅ ระบบไฟฟ้า — เมนบอร์ด, แสงสว่าง, จุดเชื่อมต่อเครื่องจักร
- ✅ ระบบประปาและสุขาภิบาล
- ✅ ระบบดับเพลิง (ถ้ากำหนดในใบอนุญาต)
- ✅ ถนนภายในและลานจอดรถ (ตามขอบเขตโครงการ)
ระบบพิเศษเพิ่มเติม เช่น ระบบบำบัดน้ำเสีย, ห้องเย็น, Solar Rooftop สามารถรวมในสัญญาได้
โรงงานอาหารมีข้อกำหนดเพิ่มเติมจาก อย. (FDA), GMP, HACCP และมาตรฐานส่งออก (BRC, SQF) ที่ต้องสะท้อนในการออกแบบ ได้แก่:
- พื้น — ต้องใช้วัสดุทนกรด-ด่าง, ไม่ดูดซับน้ำ, มีความลาดระบายน้ำ
- ผนังและเพดาน — พื้นผิวเรียบ ทำความสะอาดได้, หลีกเลี่ยงมุมฉาก (Coved Corner)
- แสงสว่าง — ความเข้มแสงตามมาตรฐาน GMP, โคมมีฝาครอบกันแตก
- ระบบอากาศ — ควบคุม Positive Pressure เพื่อป้องกันการปนเปื้อน
- แยกโซน — พื้นที่ดิบ/สุก, พื้นที่เปียก/แห้ง, ทางเดินบุคลากร/สินค้า
เรามีประสบการณ์ออกแบบและก่อสร้างโรงงานอาหารที่ผ่านการตรวจรับรอง GMP และ HACCP — แจ้งทีมงานตั้งแต่ต้นเพื่อออกแบบให้ตรงมาตรฐานที่ต้องการ
ยังมีคำถามอื่นอีกไหม?
ทีมวิศวกรและที่ปรึกษาของเราพร้อมตอบทุกข้อสงสัย
ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีข้อผูกมัด
