สเปกโรงงานผลิตอาหารมีแบบไหนบ้าง? เจาะลึกวัสดุและโครงสร้างฉบับผู้เชี่ยวชาญ (ที่ไม่ใช่แค่ห้องสีขาว)
“โรงงานอาหารก็แค่ทำห้องให้สะอาด ทาสีขาว ปูกระเบื้อง ก็ใช้ได้แล้วไม่ใช่เหรอ?”
นี่คือประโยคที่ผมได้ยินบ่อยครั้งตลอด 20 ปีที่ทำงานในวงการรับสร้างโรงงาน และทุกครั้งที่ได้ยิน ผมมักจะรู้สึกเป็นห่วงแทนผู้ประกอบการเสมอครับ เพราะความสะอาดในนิยามของ “บ้านพักอาศัย” กับ “โรงงานอุตสาหกรรมอาหาร” นั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
การสร้างโรงงานผลิตอาหารไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่มันคือวิศวกรรมการป้องกันการปนเปื้อน (Contamination Control) หากคุณเลือกสเปกผิดตั้งแต่วันแรก เช่น เลือกใช้กระเบื้องปูพื้นทั่วไปในไลน์ผลิตที่มีน้ำขัง คุณอาจจะต้องรื้อพื้นทำใหม่ทั้งโรงงานภายในไม่ถึง 2 ปี เพราะยาแนวหลุดร่อนและกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อรา ซึ่งนั่นหมายถึงการหยุดผลิตและการสูญเสียรายได้มหาศาล
วันนี้ผมจะพามาเจาะลึกคำถามที่หลายคนสงสัยว่า สเปกโรงงานผลิตอาหารมีแบบไหนบ้าง โดยจะเน้นไปที่การใช้งานจริง ความคุ้มค่าระยะยาว และมาตรฐานที่แบรนด์ชั้นนำเลือกใช้ เพื่อให้คุณมีข้อมูลในการตัดสินใจที่ถูกต้องก่อนลงเสาเข็มครับ
ความเข้าใจเรื่อง “สเปก” (Specification) ในมุมมอง Food Grade
ก่อนจะไปดูว่าวัสดุมีกี่เกรด ผมอยากให้เข้าใจหลักคิดก่อนว่า สเปกที่ดีสำหรับโรงงานอาหาร ต้องตอบโจทย์ 3 ข้อนี้เสมอครับ:
- Hygienic Design: ต้องไม่มีซอกมุมที่ทำความสะอาดไม่ได้ ผิวต้องเรียบ ลื่น ไม่เก็บฝุ่น
- Durability: ต้องทนทานต่อสภาวะโหดร้าย เช่น กรดด่างจากน้ำยาทำความสะอาด ความชื้นสูง และอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง (ร้อนสลับเย็น)
- Maintenance: ต้องซ่อมบำรุงง่าย หากเสียหายต้องไม่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิตนาน
หากวัสดุตัวไหนสอบตกแม้แต่ข้อเดียว ถือว่า “ใช้งานไม่ได้จริง” ในระยะยาวครับ แม้ราคาจะถูกแค่ไหนก็ตาม
เจาะลึกสเปกงานสถาปัตยกรรม (Architecture Specs)
เมื่อพูดถึง สเปกโรงงานผลิตอาหารมีแบบไหนบ้าง เราต้องเริ่มจากเปลือกห่อหุ้มโรงงานก่อน นั่นคือ พื้น ผนัง และฝ้าเพดาน ซึ่งเปรียบเสมือนผิวหนังของโรงงานที่ต้องสัมผัสกับอาหารและเชื้อโรคโดยตรง
1. สเปกงานพื้น (Flooring): หัวใจของความสะอาด
พื้นคือส่วนที่รับภาระหนักที่สุดในโรงงาน และเป็นจุดที่พลาดกันบ่อยที่สุด
- สเปกทั่วไป (General Spec): พื้นคอนกรีตขัดมัน หรือปูกระเบื้องเซรามิก
- ปัญหาหน้างานจริง: คอนกรีตมีรูพรุน สะสมความชื้นและเชื้อโรค ส่วนกระเบื้องเซรามิกมีจุดอ่อนที่ร่องยาแนว ซึ่งมักจะดำ สกปรก และหลุดร่อนเมื่อโดนกรดจากอาหาร
- สเปกมาตรฐานอุตสาหกรรม (Standard Spec): พื้น Epoxy (Epoxy Coating/Self-leveling)
- ข้อดี: ผิวเรียบเงางาม ไร้รอยต่อ ราคาเข้าถึงง่าย เหมาะกับโซนแห้ง (Dry Process) เช่น ห้องแพ็คกล่อง หรือคลังสินค้า
- ข้อควรระวัง: Epoxy แพ้ความชื้นและอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง (Thermal Shock) หากใช้ในโซนต้มหรือล้างที่ใช้น้ำร้อน พื้นจะบวมพองและร่อนออกเป็นแผ่นๆ
- สเปกพรีเมียม/งานหนัก (Heavy Duty Spec): พื้น PU Concrete (Polyurethane Concrete)
- ทำไมผู้เชี่ยวชาญแนะนำ: นี่คือมาตรฐานที่โรงงานอาหารเกรดส่งออกเลือกใช้ครับ เนื้อวัสดุแข็งแกร่ง ทนกรดด่าง ทนความร้อนสูงได้ (บางรุ่นทนได้ถึง 120 องศา) และมีความยืดหยุ่นในตัวทำให้ไม่แตกร้าวเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน แม้ราคาจะสูงกว่า Epoxy แต่จบปัญหาระยะยาวเรื่องเชื้อราใต้พื้นได้เด็ดขาด
2. สเปกงานผนัง (Wall System): เกราะกันฝุ่น
ผนังโรงงานอาหารไม่ได้มีหน้าที่แค่กั้นห้อง แต่ต้องช่วยรักษาอุณหภูมิและป้องกันฝุ่น
- สเปกทั่วไป: ผนังก่ออิฐฉาบปูนทาสีน้ำมัน
- ปัญหาหน้างานจริง: ปูนมีความชื้นสะสม สีที่ทาไว้มักจะลอกร่อนเป็นแผ่นเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งเศษสีที่หลุดร่วงคือสิ่งปนเปื้อนทางกายภาพที่อันตรายมากในไลน์ผลิต
- สเปกแนะนำ (Recommended Spec): ผนัง Sandwich Panel (Isowall) ไส้ฉนวน PIR หรือ PU
- ความพิเศษ: เป็นแผ่นเหล็กเคลือบสี Food Grade ประกบฉนวนกันความร้อน ผิวเรียบเนียน ไม่เก็บฝุ่น ล้างทำความสะอาดง่ายด้วยน้ำแรงดันสูง ที่สำคัญคือติดตั้งไว และรอยต่อระหว่างแผ่นน้อยมาก ทำให้ควบคุมอุณหภูมิในห้องเย็นหรือห้องไลน์ผลิตได้แม่นยำ ช่วยประหยัดค่าไฟแอร์ได้มหาศาลครับ
3. ส่วนประกอบสำคัญ: บัวเชิงผนัง (Coving)
ไม่ว่าคุณจะเลือกผนังแบบไหน สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ “การลบมุม” ครับ รอยต่อระหว่างพื้นกับผนังต้องไม่เป็นมุมฉาก 90 องศา เพราะนั่นคือจุดสะสมคราบสกปรกที่ไม้ถูพื้นเข้าไม่ถึง สเปกที่ถูกต้องคือต้องทำ R-Coving หรือบัวโค้ง รัศมีประมาณ 10-15 ซม. เพื่อให้ทำความสะอาดง่ายและน้ำไม่ขัง
สเปกงานระบบ (M&E Specs) ที่มองไม่เห็นแต่สำคัญ
นอกจากโครงสร้างแล้ว ระบบภายในก็มีเกรดและสเปกที่แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพอากาศและน้ำในโรงงาน
ระบบระบายน้ำ (Drainage System)
ท่อระบายน้ำ PVC สีฟ้าที่เราใช้ตามบ้าน ไม่เหมาะสำหรับรางระบายน้ำหลักในไลน์ผลิตอาหารครับ สเปกที่ถูกต้องคือ รางสแตนเลส (Stainless Steel Trench Drain) เกรด 304 หรือ 316 (สำหรับอาหารที่มีความเป็นกรดสูง)
- รายละเอียดที่ต้องใส่ใจ: รางต้องเป็นแบบ “รางเปิด” หรือมีตะแกรงที่เปิดล้างได้ทุกจุด และต้องมี Basket Trap หรือตะกร้าดักเศษอาหารก่อนลงท่อเมน เพื่อป้องกันการอุดตันและการเน่าเสียในท่อ ซึ่งเป็นต้นตอของกลิ่นเหม็นและแมลงสาบ
ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ (HVAC)
- แอร์บ้าน (Wall Type/Cassette Type): ใช้ได้แค่ในออฟฟิศครับ ห้ามใช้ในไลน์ผลิตเปิด (Open Food) เพราะหน้ากากแอร์และฟิลเตอร์ของแอร์บ้านเป็นแหล่งสะสมเชื้อรา และกระจายลมไม่ทั่วถึง
- ระบบปรับอากาศโรงงาน (AHU/Ducting): สเปกโรงงานต้องใช้ระบบท่อส่งลมที่มีการกรองอากาศ (Filtration) ตามระดับความสะอาดที่ต้องการ (เช่น HEPA Filter สำหรับห้อง High Care) และต้องสามารถควบคุม Positive Pressure (แรงดันบวก) ได้ เพื่อดันฝุ่นจากภายนอกไม่ให้เข้ามาในห้องผลิต
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ (Expert Insight)
จากประสบการณ์ที่ผมได้ให้คำปรึกษามา การเลือก สเปกโรงงานผลิตอาหารมีแบบไหนบ้าง นั้น ไม่ใช่แค่การจิ้มเลือกของแพงที่สุดเสมอไป แต่คือการเลือก “Right Spec” หรือสเปกที่เหมาะสมกับการใช้งาน
1. ระวังกับดักของคำว่า “Food Grade” บนฉลากสี หลายคนเข้าใจผิดว่าแค่ซื้อสีที่เขียนว่า Food Grade มาทาผนังปูนก็จบ ความจริงคือสี Food Grade ปลอดภัยเมื่อสัมผัสอาหารก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะยึดเกาะกับปูนที่ชื้นได้ตลอดไป การหลุดร่อนคือธรรมชาติของสีทาปูนในโรงงานความชื้นสูง ดังนั้นในจุดที่เปียกชื้นมากๆ ผมแนะนำให้หนีไปใช้ผนัง Isowall หรือปูกระเบื้องชนฝ้า (ในงบจำกัด) จะปลอดภัยกว่าครับ
2. ประตูคือจุดอ่อนของระบบปิด ผมเคยเจอโรงงานที่สร้างผนังดีมาก พื้นดีมาก แต่ใช้ประตูไม้ หรือประตูเหล็กทาสีธรรมดา ผลคือปลวกกินบานประตู และสนิมกินวงกบ สุดท้ายเศษไม้และสนิมตกลงในอาหาร สเปกที่ถูกต้องคือ ประตูสแตนเลส หรือ ประตู Isowall ที่มียางซีลรอบบาน (Gasket) เพื่อกันแมลงและรักษาแรงดันอากาศ
3. การลงทุนกับ “แสงสว่าง” (Lighting) โคมไฟในไลน์ผลิตต้องเป็นสเปกที่มีฝาครอบกันแตก (Shatterproof) เท่านั้นครับ ห้ามใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์เปลือยเด็ดขาด เพราะถ้าหลอดแตก เศษแก้วจะกระจายลงในอาหารทันที และปัจจุบันควรใช้ LED แบบโคมกันน้ำกันฝุ่น (IP65 ขึ้นไป) เพื่อให้ฉีดล้างทำความสะอาดได้โดยไม่ต้องกลัวไฟช็อต
FAQ: คำถามที่คนค้นหาจริงเกี่ยวกับสเปกโรงงาน
Q: จำเป็นต้องใช้สแตนเลสเกรด 304 ทั้งโรงงานเลยไหม? A: ไม่จำเป็นต้องใช้กับทุกส่วนครับ สแตนเลส 304 จำเป็นมากสำหรับส่วนที่สัมผัสอาหารโดยตรง (Food Contact Surface) และรางระบายน้ำ ส่วนโครงสร้างอื่นๆ เช่น ราวกันตกในโซนแห้ง หรือชั้นวางของในคลังสินค้า อาจใช้เหล็กพ่นสีฝุ่น (Powder Coating) หรือเหล็กกัลวาไนซ์ได้เพื่อประหยัดงบ แต่ต้องดูแลเรื่องสนิมให้ดีครับ
Q: พื้น PU Concrete มีกี่แบบ เลือกยังไง? A: หลักๆ มี 3 แบบครับ คือ แบบผิวเรียบ (MF) เหมาะกับโซนแห้ง เข็นรถง่าย, แบบผิวหยาบ (HF) เหมาะกับโซนเปียก กันลื่นได้ดีมาก และแบบทากลิ้ง (Coating) ซึ่งบางกว่าและถูกกว่า เหมาะกับทางเดินที่ไม่ได้รับน้ำหนักเครื่องจักรหนักๆ การเลือกต้องดูที่ “การใช้งานน้ำ” และ “ความลื่น” เป็นหลักครับ
Q: งบประมาณสำหรับสเปกมาตรฐาน GMP/HACCP สูงกว่าโรงงานทั่วไปแค่ไหน? A: โดยเฉลี่ยโครงสร้างสถาปัตยกรรมและงานระบบ (ไม่รวมเครื่องจักร) จะสูงกว่าการสร้างโกดังทั่วไปประมาณ 30-50% ครับ ส่วนต่างนี้มาจากค่าพื้น PU, ผนัง Isowall และงานระบบสแตนเลส แต่ส่วนต่างนี้แลกมาด้วยอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่ากันเป็น 10 ปี โดยไม่ต้องปิดซ่อมบ่อยๆ
Q: ถ้ามีโรงงานเก่าอยู่แล้ว จะอัปเกรดสเปกให้ผ่านเกณฑ์ได้ไหม? A: ทำได้ครับ เรียกว่าการ Renovate แต่ต้องประเมินหน้างานละเอียดมาก งานที่ยากที่สุดคือ “งานพื้น” และ “งานระบายน้ำ” เพราะการแก้ระดับพื้นหรือขุดวางท่อใหม่ในอาคารเดิมทำได้ยากและใช้งบสูง บางครั้งถ้าโครงสร้างเดิมแย่มาก การสร้างไลน์ผลิตใหม่แยกออกมาอาจคุ้มค่ากว่าครับ
บทสรุป
เมื่อถามว่า สเปกโรงงานผลิตอาหารมีแบบไหนบ้าง คำตอบไม่ได้ตายตัวว่าต้องเป็นแบรนด์ไหน แต่หัวใจสำคัญคือการเลือกใช้วัสดุที่ “รู้ทันปัญหา” ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
โรงงานอาหารที่ดี ไม่ใช่โรงงานที่สร้างเสร็จแล้วสวยที่สุดในวันเปิดตัว แต่คือโรงงานที่ผ่านไป 5 ปี 10 ปี แล้วยังคงสภาพดี ทำความสะอาดง่าย ไม่มีเชื้อรา และยังคงผ่านมาตรฐานการตรวจรับรองจากหน่วยงานต่างๆ ได้อย่างราบรื่น
การเลือกสเปกที่ถูกต้องตั้งแต่วันนี้ คือการซื้อความสบายใจและลดความเสี่ยงทางธุรกิจที่ดีที่สุดครับ หากคุณไม่แน่ใจว่าสินค้าที่คุณจะผลิตควรใช้สเปกไหน ลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เฉพาะด้านโรงงานอาหาร จะช่วยให้คุณใช้งบประมาณได้อย่างแม่นยำและคุ้มค่าที่สุดครับ
สนใจสอบถามบริการสร้างโรงงาน สร้างโกดังเพิ่มเติม ติดต่อ Steelframebuilt ได้เลย!
#Steelframebuilt #สร้างโรงงาน #สร้างโกดัง #โรงงาน #โกดัง #รับสร้างโรงงาน #รับสร้างโกดัง #บริษัทรับสร้างโรงงาน
ช่องทางการติดต่อ
- โทร:
สำนักงาน : 0-2744-7354
ฝ่ายขาย : 083-782-6541
ฝ่ายจัดซื้อ : 081-321-7763 - เว็บไซต์: https://steelframebuilt.com/
- อีเมล: info@steelframebuilt.com
- Line: @steelframe

